Bitkub
Satang
Ledger

ผู้สนับสนุน

4 ขั้นตอนสอนลูกให้สนุกกับการบริหารเงินตั้งแต่เด็ก

ผู้สนับสนุน


         วัยเด็กเป็นวัยที่สามารถเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ได้มากมาย ผู้ปกครองก็ควรส่งเสริมพัฒนาการของลูกรักในด้านต่าง ๆ แต่จะดีกว่าไหม หากลูกหลานของเราสามารถบริหารการเงินได้ตั้งแต่เด็กเพื่อให้เขารู้จักบริหารเงินให้ชีวิตมีความมั่นคงในอนาคต  วันนี้เรามารู้จักวิธีสอนเด็ก ๆ ให้บริหารการเงินแบบสนุก ๆ  กันเถอะ

        1. สอนให้รู้จักคุณค่าของเงิน

          เริ่มต้นคุณพ่อคุณแม่ ควรสอนให้เด็กรู้จักว่าเงินคืออะไร กว่าจะได้มาต้องทำอย่างไร  เงินที่มีเราสามารถเปลี่ยนเป็นอะไรได้บ้าง ซึ่งถ้ามีเวลาว่างก็อาจจะหานิทาน หรือหาเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับเงินมาให้เด็ก ๆ ฟัง จากนั้นก็เริ่มต้นให้เด็ก ๆ รู้จักหาเงินโดยอาจมอบหมายงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาทำได้ให้ทำ แล้วให้รางวัลเป็นเงินตามแต่งานที่เขาทำได้ เป็นต้น

        2. สอนให้วางแผนการเงิน

          ก่อนที่เราจะยื่นเงินให้ในแต่ละครั้งนั้น ควรตั้งคำถามถึงความจำเป็นในเรื่องนั้น ๆ และฝึกให้เขาใช้เงินให้ได้ตามเป้าหมาย เช่น วันละกี่บาท เพื่อให้เด็ก ๆ ได้รู้จักคิด  แยกแยะเป็นว่าเรื่องไหนสำคัญ ไม่สำคัญ จากนั้นก็เริ่มให้เงินเป็นก้อนรวมต่อวัน แล้วปรับเป็นให้รายสัปดาห์ จนกระทั่งรายเดือน ให้เขาไปบริหารเอง เมื่อจบแต่ละวัน สัปดาห์ หรือเดือน ก็มานั่งพูดคุยว่าเขาใช้เงินไปกับอะไรบ้าง ดีหรือไม่ดีอย่างไร

        3. เพิ่มวินัยทางการเงิน

          วินัยทางการเงินไม่ใช่เรื่องที่สนุกแน่ ๆ แต่หากหนูน้อยไม่มีวินัยทางการเงินเลย นี่ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องลำบากในอนาคตของพวกเขาได้ ดังนั้นสิ่งที่ผู้ปกครองต้องทำคือสอนให้เด็ก ๆ มีวินัยทางการเงิน เริ่มจากการพูดคุยในแต่ละวัน สอบถามถึงการใช้จ่ายของเขา แล้วเราก็ตั้งเป้าหมาย วางแผนการเงิน จากนั้นก็ให้จดทำบัญชีรายรับรายจ่ายต่าง ๆ แล้วนำมาทวนดูว่าเขาใช้จ่ายกับสิ่งใด ค่าใช้จ่ายตัวไหนไม่จำเป็นหรือเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยบ้าง ค่าใช้จ่ายตัวไหนที่ตัดได้บ้าง หมั่นพูดคุยถึงความสำคัญทางการเงิน โดยอาจจะทำให้มีลักษณะเป็นเกมสนุก ๆ เช่น หากทำได้จะมีรางวัลหรือค่าตอบแทนอื่น ๆ เพิ่มให้

          4. ให้รู้จักออม

          เมื่อเด็ก ๆ รู้จักเป้าหมายและสามารถบริหารการเงินได้ ควรให้เด็กรู้จักเก็บออมควบคู่กันไปด้วย ให้เขาได้เรียนรู้ประโยชน์จากการออม อาจเริ่มด้วยการสอบถามเป้าหมายของเขาว่าต้องการอะไรไหม ราคาเท่าไหร่ จากนั้นก็เข้าไปมีส่วนร่วมกับการออมของเขา เช่น ของเล่นอาจมีราคา 500 บาท เราก็วางแผนให้เขาหักออมจากค่าขนมวันละ 10 บาท  ใช้เวลาเก็บเพียงไม่ถึง 2 เดือน เขาก็จะได้ของเล่นที่เขาต้องการแล้ว หากเขาสามารถออมได้มากกว่า 10 บาท เราจะเพิ่มให้อีกวัน 10 บาท เป็นต้น เพื่อให้เขามีกำลังใจในการออมและสร้างนิสัยการเก็บควบคู่กับความสนุกนั่นเอง

          เห็นไหมว่าการเพิ่มความรู้เรื่องการเงินให้หนูน้อยไม่ใช่เรื่องยาก เด็กเองก็มีความพร้อมในการเรียนรู้อยู่แล้ว  ผู้ปกครองก็ควรใส่ใจและมอบความรู้เรื่องเงินเพื่อเป็นพื้นฐานในการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของเขาในอนาคต

***ขอบคุณรูปภาพจาก pixabay.com


ผู้สนับสนุน

แสดงความคิดเห็น

  • บทความล่าสุด
  • 5 เว็บไซต์สุดเก๋ ลอยกระทงออนไลน์ ที่ไม่ควรพลาด
    5 เว็บไซต์สุดเก๋ ลอยกระทงออนไลน์ ที่ไม่ควรพลาด  115
    ไขปริศนา กระเช้าสีดา ชื่อต้นไม้ที่มีอยู่จริงเกี่ยวอะไรกับละครช่องดัง
    ไขปริศนา กระเช้าสีดา ชื่อต้นไม้ที่มีอยู่จริงเกี่ยวอะไรกับละครช่องดัง  153
    SGS (Secondary Grading System) ระบบประเมินผลการเรียนใหม่ ที่นักเรียนและผู้ปกครอง
    SGS (Secondary Grading System) ระบบประเมินผลการเรียนใหม่ ที่นักเรียนและผู้ปกครอง  263
    รู้หรือไม่ทำไม Popcat กลายเป็นกระแสดังระบบโลก
    รู้หรือไม่ทำไม Popcat กลายเป็นกระแสดังระบบโลก  215
    เปรียบเทียบ อาการโควิด 3 สายพันธุ์ที่ระบาดในไทย และข้อแตกต่างจากอาการไข้อื่นๆ
    เปรียบเทียบ อาการโควิด 3 สายพันธุ์ที่ระบาดในไทย และข้อแตกต่างจากอาการไข้อื่นๆ  307
  • อื่นๆ ที่น่าสนใจ